เทคนิคการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้กับเว็บไซต์

เทคนิคการรักษาความปลอดภัยมีอยู่ 2 ด้าน คือ เทคนิคการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ในฐานะของเจ้าของเว็บไซต์ที่ไม่ต้อง การให้เว็บไซต์ถูกคุกคามจากผู้ไม่หวังดี หรือผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล และเทคนิคการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ ตลอดจนการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่น่าเชื่อถือและแสดงออกถึงความปลอดภัยในการ เข้ามาใช้งาน ในประเทศไทยประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์เป็นประเด็นที่ สำคัญที่สุด ที่ทำให้การพัฒนาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยังไม่มีผู้ใช้งานมากเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความไม่ปลอดภัยจริง ๆ แต่บางส่วนเกิดจากความไม่เข้าใจอันจะนำไปสู่ความไม่น่าเชื่อถือ ทำให้การพัฒนาอีคอมเมิร์ซ ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ความปลอดภัยจะครอบคลุมถึงความปลอดภัยในเรื่องของข้อมูลเป็นสำคัญ เนื่องจากอีคอมเมิร์ซเป็นการทำงานอยู่บนระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้ข้อมูลที่อยู่บนระบบสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะข้อมูลที่สำคัญ เช่น ข้อมูลด้านการเงินที่ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด

จริง ๆ แล้ว การชำระสินค้าออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ถือว่าเป็นวิธีการจ่ายเงินที่ปลอดภัยทางหนึ่งบนโลกออนไลน์ เพราะมีบริษัทบัตรเครดิตคุ้มครองการชำระเงินอยู่ อีกทั้งยังมีรอบจ่ายที่ยืดเวลา ทำให้ขณะที่ตัดผ่านบัตรเครดิตยอดเงินยังไม่ได้ถูกชำระจริงในเวลาที่ซื้อ นี่ยังไม่รวมโปรโมชั่นต่าง ๆ ของบริษัทบัตรเครดิตที่มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าในการใช้วงเงิน แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ผู้ซื้อกลับไม่มั่นใจในการชำระสินค้าออนไลน์ด้วยวิธีนี้มากนัก อาจเพราะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการขโมยข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตของแฮกเกอร์ แต่กลับไม่กลัวในการใช้บัตรเครดิตกับร้านค้าย่อย ๆ ไม่เคยตามพนักงานเข้าไปดูว่ามีการทำอะไรกับบัตรเครดิตเราบ้าง เพราะมั่นใจว่าเป็นร้านที่มีตัวตน

ระบบรักษาความปลอดภัยบนเว็บไซต์ ยังคงไม่มี ศักยภาพ และมีข้อจำกัดด้านการขยายตามขนาด ให้สอดคล้องกับการเติบโตขององค์กรลูกค้าโดยเฉพาะใน enterprise “ความลับด้านลบ” ของอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศในปัจจุบัน คือ ผลิตภัณฑ์เกตเวย์ระบบรักษาความปลอดภัยบนเว็บส่วนใหญ่มีสถาปัตยกรรมที่ไม่สามารถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการขององค์กรได้ ขยายรับจำนวนผู้ใช้งานมากๆไม่ได้